หอการค้า
จังหวัดเชียงใหม่

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะที่เป็นองค์กรตัวแทนของภาคเอกชน และเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ตลอดระยะเวลา 40 ปี ที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ได้ทำหน้าที่ และดำรงบทบาทส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของสมาชิก ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของจังหวัดมาอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการมีบทบาทในนโยบายสาธารณะ และการจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีคณะกรรมการบริหารสานต่อเจตนารมณ์ของผู้ร่วมก่อตั้งมาถึง 20 สมัย

 

วิสัยทัศน์
สมัยที่ 22

ซึ่งปัจจุบันองค์กรหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ได้เติบโต และพัฒนาการทั้งในด้านองค์กร และบุคลากร เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิก และสังคมของจังหวัดเชียงใหม่อย่างเข้มแข็ง และยังคงจะร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของสมาชิกและโดยส่วนรวม พร้อมก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 21 พ.ศ. 2560-2561 จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า

วิสัยทัศน์
สมัยที่ 22

" หอการค้าฯ เข้มเเข็งด้วยนวัตกรรมดิจิทัล เชื่อมโยงสมาชิกเเละองค์กรพันธมิตร
มุ่งตลาดการค้าต่างประเทศ "

โดยได้กำหนดพันธกิจ

4 ด้าน

มุ่งมั่นส่งเสริมองค์กรหอการค้าฯ ให้เข้มแข็ง โดยการพัฒนาศักยภาพขององค์กรในภาพรวมในระดับคณะกรรมการ และสำนักงานเลขาธิการหอการค้า โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัล มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการสู่เป้าหมาย ตามวิสัยทัศน์ – พันธกิจ ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ร่วมกัน  โดยพัฒนากระบวนการทำงานที่ทันสมัย โดยใช้ระบบดิจิทัลมาใช้เพิ่มขึ้้น มีการสื่อสารที่ดี ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบริหารด้านงบประมาณเเละการเงินที่เข้มเเข็ง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นองค์กรเอกชนที่เข้มเเข็ง

สานประโยชน์สู่มวลหมู่สมาชิกให้มีความชัดเจน ใกล้ชิด ตอบสนองความต้องการของสมาชิกเป็นหลัก โดยกำหนดยุทธศาสตร์เเละโครงการของหอการค้าฯ ให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกในภาพรวม เพื่อให้สมาชิกฯ มีความเชื่อมั่นเเละสนับสนุนการดำเนินงานหอการค้าอย่างยั่งยืน

ส่งเสริมและฟื้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเชียงใหม่  เชื่อมโยงตลาดการค้า การลงทุน เเละการบริการระหว่างประเทศ ( International Trade ) ในการเปิดตลาดสินค้า บริการในพื้นที่สู่ตลาดการค้า การลุงทุนระดับนานาชาติ เป็นเมืองที่เป็น Market Plece ในระดับนานาชาติ ผ่านกลไกความร่วมมือของบ้านพี่เมืองน้อง ( Sister City ) ประเทศที่ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อเศรษฐกิจเติบโต สร้างความเข้มเเข็งให้ผู้ประกอบการยกระดับสู่การค้าระดับสากล

สนับสนุนร่วมมือองค์กรพันธมิตร หอการค้าฯ จะสร้างเเละสานต่อความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตร ใน 3 ภาคส่วนได้แก่ ภาครัฐ ภาคสถาบัน การศึกษา ภาคเอกชน-ประชาสังคม เเละสื่อมวลชน อย่างต่อเนื่องที่จะทำงานประสานกันเป็นเอกภาพในการดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภายในจังหวัด เเละภาคเหนือร่วมกันอย่างสมานสามัคคี

นโยบาย กลยุทธ์ แนวทางและแผนการดำเนินงาน

         มุ่งมั่นส่งเสริมองค์กรหอการค้าฯ ให้เข้มแข็ง โดยการพัฒนาศักยภาพขององค์กรในภาพรวมในระดับคณะกรรมการและสำนักงานเลขาธิการหอการค้า โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิตอล มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการ ในการบริหารจัดการสู่เป้าหมาย ตามวิสัยทัศน์ – พันธกิจ ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ โดยพัฒนากระบวนการทำงานที่ทันสมัย โดยใช้ระบบดิจิทัลมาใช้เพิ่มขึ้น มีการสื่อสารที่ดี ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบริหารด้านงบประมาณ เเละการเงินที่เข้มเเข็ง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นองค์กรภาคเอกชนที่เข้มเเข็ง

กลยุทธ์แนวทางและแผนการดำเนินงาน

1.   การปรับโครงสร้างการบริหารงานของหอการค้าฯ ทั้งระบบ ให้สอดคล้องกับขีดความสามารถของบุคลากรแต่ละด้านเพื่อให้องค์กรเข้มแข็งในระยะยาว  ได้แก่ คณะกรรมการ ที่ปรึกษา บุคลากรที่มีศักยภาพ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ประจำสำนักเลขาธิการหอการค้าฯ มาร่วมสนับสนุนการทำงานของหอการค้าฯ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องภายใต้วัฒนธรรมองค์กรหอการค้าฯและให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในองค์กร(Internal Communication) เพื่อสู่เป้าหมายเดียวกัน

2.   นำเทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิตอลมาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการภายใน (Smart Office) ด้านฐานข้อมูลเศรษฐกิจ ฐานข้อมูลสมาชิก โดยเน้นการมีคุณภาพ มีมาตรฐานในการให้บริการแก่สมาชิกและสังคม เพื่อให้ได้รับการยอมรับในการเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ยอดเยี่ยมในระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

3. มุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้แก่หอการค้า โดยบริหารงบประมาณและการเงินที่โปร่งใส่ พร้อมกับการสร้าง Branding กิจกรรมที่จะสร้างรายได้ให้หอการค้าฯ เป็นประจำทุกปี ได้แก่ งานแสดงสินค้าหอการค้าแฟร์ การจัดงานเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างประเทศ  การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา การจัดโครงการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น

4. การยึดหลักการบริหารจัดการองค์กรที่มุ่งเน้นผลงาน (Output) ที่ชัดเจน มีมาตรฐาน โดยมีการวิเคราะห์โครงการให้สอดคล้องกับพันธกิจ ยุทธศาสตร์ของหอการค้าฯ  รวมถึงจัดโครงสร้างบุคลากรตามพันธกิจที่กำหนดไว้ โดยใช้เครื่องมือการบริหารจัดการ ตรวจสอบที่ทันสมัย

5.   เพิ่มกระบวนการทำงานด้านการมีส่วนร่วมของทีม รวมถึงการสร้างให้องค์กรหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เป็น Happy work place  ผ่านกระบวนการพัฒนาคนในองค์กร อย่างมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ให้สอดคล้องกับวิสัยทัสน์ของ องค์กร เพื่อให้องค์กรมีความ พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเติบโตอย่าง ต่อเนื่องขององค์กร (การจัดการองค์กรโดยเน้น การจัดการ “คน” เป็นหลัก  

6.  การสร้างระบบการตรวจสอบ ติดตามการบริหารงานจากภายนอก (Outside–In) ผ่านกลไกของที่ปรึกษา และคณะอนุกรรรมการ รวมถึงการนำหลักธรรมาภิบาล มาใช้ในองค์กร เพื่อให้เกิดการปรับตัว ตรวจสอบได้ โปร่งใส และปรับทิศทางวิสัยทัศน์ นโยบาย แผนงานที่ไม่ตรงกับสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง 

           สานประโยชน์สู่มวลหมู่สมาชิกให้มีความชัดเจน ใกล้ชิด ตอบเสนองความต้องการของสมาชิกเป็นหลัก โดยกำหนดยุทธศาสตร์เเละโครงการของหอการค้าฯ ให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกในภาพรวม เพื่อให้สมาชิกฯ มีความเชื่อมั่นเเละสนับสนุนการดำเนินงานหอการค้าอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์แนวทางและแผนการดำเนินงาน

1.   ส่งเสริมสนับสนุนสมาชิกในการพัฒนาขีดความสามารถ โดยสร้างการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดผ่านการสื่อสารในทุกรูปแบบ และมุ่งเน้นจัดโครงการ/กิจกรรมการอบรมสัมมนาให้ความรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และตรงกับความต้องการของสมาชิก โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสมาชิก และรวบรวมข้อมูลในเชิงลึกในธุรกิจแต่ละสาขา เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ในการวางแผน และกำหนดยุทธศาสตร์ของธุรกิจ

2.   สนับสนุนให้สมาชิกรวมตัวเป็นเครือข่ายความร่วมมือ (Cluster) ในแต่ละวิสาหกิจของภาคธุรกิจในจังหวัด และส่งเสริมให้มีการริเริ่มธุรกิจใหม่ที่เป็นแทรนด์ใหม่ของไทย (New S-Curve)  สามารถออกไปลงทุนหรือส่งออกไปต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ของหอการค้า  Young Entrepreneurs’ Chamber of Commerce (YEC)  เพื่อสานประโยชน์ และให้สอดคล้องกับประเด็นปัญหาและความต้องการในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ผ่านการจัดการฝึกอบรมในหลักสูตรเชิงปฎิบัติการที่โดดเด่น

3. เพิ่มจำนวนสมาชิกหอการค้าฯ ให้มีความหลากกลายประเภทธุรกิจ และครอบคลุมทุกพื้นที่ (ระดับอำเภอ) ของจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องและเหมาะสม รวมถึงการรักษาฐานสมาชิกเดิมให้คงอยู่ โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ตรงความต้องการของสมาชิก และนำไปใช้ได้จริง

4. สร้างศูนย์ข้อมูลเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการสร้างสมองค์ความรู้ และแบ่งปันสู่ทุกภาคส่วนของธุรกิจ อย่างเป็นระบบ (Knowledge Sharing) ในการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ เพื่อทำหน้าที่ชี้ทิศทางแก้ไขปัญหา และให้คำปรึกษาแก่สมาชิกอย่างทันสถานการณ์ ผ่านช่องทางการสื่อสารของหอการค้าฯ ในหลายรูปแบบ ได้แก่ การจัดศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ CCC Economics Center
5. การส่งเสริมให้ความรู้ให้เกิดช่องทางการตลาด และการเงินใหม่ (Fintech) ให้กับสมาชิก ภายใต้แนวโน้มใหม่ทางเทคโนโลยีด้านการเงิน  ผ่านระบบออนไลน์ –ดิจิตอล (E-Commerce) หรือ Block Chain เป็นต้น

          ส่งเสริมและฟื้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเชียงใหม่  เชื่อมโยงตลาดการค้า การลงทุน เเละการบริการระหว่างประเทศ ( International Trade ) ในการเปิดตลาดสินค้า บริการในพื้นที่สู่ตลาดการค้า  การลงทุนระดับนานาชาติ เป็นเมืองที่เป็น Maket Place  ในระดับนานาชาติ ผ่านกลไกความร่วมมือของบ้านพี่เมืองน้อง ( Sister City )  ประเทศที่ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อเศรษฐกิจเติบโตสร้างความเข้มเเข็งให้ผู้ประกอบการยกระดับสู่การค้าระดับสากล

กลยุทธ์แนวทางและแผนการดำเนินงาน

1. การฟื้นความสัมพันธ์กับเมืองคู่มิตรที่สำคัญของหอการค้าฯ และจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเป็นการฟื้นฟู และเชื่อมโยงสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำคัญที่เป็นรูปธรรมให้ก้าวสู่การค้าสากล   เพื่อให้เกิดตลาดใหม่ให้กับสินค้า บริการของสมาชิก ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ และหอการค้าฯ ได้ลงนามเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับหลายประเทศที่หอการค้าฯจะต้องมีส่วนในการติดตามและฟื้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น 1.เมืองยูโอชุ จังหวัดโทยามะ ญี่ปุ่น 2.เมืองซานราฟาเอล มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 3.เมืองกังวัน จังหวัดวัน เกาหลี 4.เทศบาลฮอนโจ จังหวัดไซตามะ ญี่ปุ่น 5.มลรัฐโตรอนโต แคนาดา 6.นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน จีน 7.นครเซี่ยงไฮ้ จีน 8.จังหวัดย็อกยาการ์ต้า อินโดนีเซีย 9.จังหวัดชิงเต่า จีน 10.เมืองเฉิงตู จีน 11.จังหวัดเชียงตุง เมียนมา 12.จังหวัดฮอกไกโด ญี่ปุ่น  13. เมืองบูร์ซา สาธารณรัฐตุรกี  ขณะที่หอการค้าฯ ได้ไปลงนามได้แก่   เมืองลียง (ฝรั่งเศส), จิตตะกอง (บังคลาเทศ), เขตปกครองสิบสองปันนา, CCPIT ของมณฑลยูนนาน, มณฑลเสฉวน, เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกวางสี, ชิงเต่า มณฑลซานตง (สาธารณรัฐประชาชนจีน), มณฑลซีอาน, มณฑลหนิงเซียะ สป.จีน เมืองผานโจว์ มณฑลกุ้ยโจว และล่าสุดคือหอการค้าและ CCPIT เมืองเฉินตู เป็นต้น  , สหภาพเมียนมา ได้แก่ เชียงตุง ตองยี มัณฑะเลย์ และท่าขี้เหล็ก , ประเทศญี่ปุ่นได้แก่ โอซาก้า  หอการค้าโอบิฮิโร่ เป็นต้น

2.    ผลักดันโครงการที่เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคตที่สำคัญ  ได้แก่  ยุทธศาสตร์การเป็นนครแห่งการดูแลสุขภาพ (Wellness City) และ Long Stay-Retirement Tourism ได้แก่ โครงการเวชนคร (Medicopolis) เป็นต้น  โครงการ Smart City,  โครงการเชียงใหม่แฟร์เทรด, โครงการ MICE City , การผลักดันพื้นที่เชียงใหม่เป็นมรดกโลกในโซนที่เหมาะสม (World Heritage City), การเป็นเมืองการศึกษา (University Town-Education Hub) การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดเชียงใหม่เชื่อมโยงทุกภูมิภาคของประเทศ และระหว่างประเทศ

3.      การร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดเชียงราย และแม่ฮ่องสอน ที่จะผลักดันระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์ หรือระบบรางเชื่อมโยงระหว่างกัน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อต่อยอดการค้าสู่ประเทศพม่าและอินเดียในอนาคต ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่ และ กลุ่มจังหวัดในภาคเหนือตอนบนในระยะยาว รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดระบบการค้าชายแดนของจังหวัดเชียงใหม่และสหภาพเมียนมาร์ในอนาคต ผ่านช่องทางกิ่วผาวอก และหลักแต่ง พร้อมกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

4.  ติดตามและผลักดัน เร่งรัดโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ในเชิงยุทธศาสตร์ และความมั่งคั่งในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ตามแผนพัฒนาของภาครัฐ    ทั้งระบบโลจิสติกส์ ภาคการท่องเที่ยว และภาคการค้า  รวมถึงการผลักดันสนามบินแห่งที่ 2 อันจะทำให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และเมืองการบินภาคเหนือ (Northern Airport City) ที่สมบูรณ์ในอนาคต

5. การส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ทางด้านดิจิทัล (Tech Startup) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกดิจิทัล ผ่านโครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เช่น การบ่มเพาะ อบรม การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของนวัตกรรมธุรกิจ ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการตลาด การผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทาง E-Marketplaces และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้ประกอบการใหม่ อันจะสรรสร้างระบบนิเวศทางการค้า (Eco-system) ของจังหวัดเชียงใหม่  

6. การทำบทบาทเป็นองค์กรชี้นำการพัฒนาเศรษฐกิจเชียงใหม่ในระยะยาวผ่านการใช้เครื่องมือทางด้านเศรษฐกิจอนาคต  โดยริเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจเชียงใหม่ระยะ 20 ปี  Chiang Mai Economic Future Plan 2040

       สนับสนุนร่วมมือองค์กรพันธมิตร หอการค้าฯ จะสร้างและสานต่อความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตร ใน 3 ภาคส่วนได้แก่ ภาครัฐ ภาคสถาบัน การศึกษา ภาคเอกชน-ประชาสังคม เเละสื่อมวลชน อย่างต่อเนื่อง ที่จะทำงานประสานกันเป็นเอกภาพในการดำเนินโครงการพัฒนา เศรษฐกิจภายในจังหวัด เเละภาคเหนือร่วมกันอย่างสมานสามัคคี

กลยุทธ์แนวทางและแผนการดำเนินงาน

1.   บทบาทหอการค้ากับภาครัฐ จะเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนการทำงานร่วมกันในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะประเด็นที่สมาชิกฯ ได้รับผลกระทบ ผ่านหลักการข้อมูลประกอบที่น่าเชื่อถือเพื่อส่งสัญญาณให้ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างทันสถานการณ์ และข้อมูลที่แม่นยำ ผ่านเวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.)

2. บทบาทหอการค้ากับภาคการศึกษา จะประสานความร่วมมือ ให้นำองค์ความรู้ในทุกมิติ มาเผยแพร่และประยุกต์กับการพัฒนาสมาชิกและภาคธุรกิจ ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ในระดับผู้บริหาร นักธุรกิจ พ่อค้า และผู้ประกอบการรายใหม่ ให้ยกระดับในเชิงเปรียบเทียบในระดับภูมิภาค และระดับอาเซียนได้

3. บทบาทต่อพันธมิตรภาคเอกชน-ประชาสังคม จะให้ความร่วมมือสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับพันธกิจร่วมกัน ทั้งในด้านวัฒนธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม ในเวทีความร่วมมือที่สำคัญได้แก่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.), NNSPSME, คณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจหอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ ( คสศ.) , กลุ่ม Biz Club, กลุ่ม OTOP ,สมาพันธ์ SME ไทยภาคเหนือ และจังหวัดเชียงใหม่ ,สมาคมด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น 

4. บทบาทต่อประเด็นปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ การติดตามแก้ไขปัญหาหมอกควันในเชียงใหม่ที่เป็นวิกฤติของเมืองผ่านกลไกความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ ผ่านโครงการ  FinTech Crowdfunding for Long-term Wild Fire Protection (การแก้ปัญหาไฟป่าอย่างถาวร) หรือ Northern Thailand Tree Bank Social Enterprise 2020-2039 

5.   การมีส่วนร่วมสนับสนุนผลักดัน กฎบัตรเชียงใหม่ (Chiang Mai Charter) ที่จะยกระดับจังหวัดเชียงใหม่เป็นการท่องเที่ยวนิเวศโลกบูรณาการเข้ากับทรัพยากรด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมโยงกับย่านนวัตกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมืองเชียงใหม่และอำเภอต่างๆ

6. การมีส่วนร่วมในแนวคิดลดความเหลื่อมล้ำ เสริมสร้างธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Good Governance and Corporate Social Responsibility) ได้แก่ โครงการทำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน, โครงการ 1 บริษัท ดูแล 1 ชุมชน, โครงการปลุกพลังเปลี่ยนประเทศไทย (Inspiring Thailand), โครงการจรรยาบรรณธุรกิจดีเด่น, โครงการต่อต้านคอรัปชั่น เป็นต้น

    7. สร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสื่อมวลชน (Corporate Image) โดยพัฒนาแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับ  สื่อมวลชน เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ อย่างต่อเนื่อง

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!